การพิมพ์สกรีนถูกพิมพ์ลงบนวัสดุที่มีคุณสมบัติหลากหลายประเภท ในการพิมพ์จึงควรตรวจสอบคุณสมบัติของวัสดุ ผิวหน้า การยึดเกาะ กระบวนการหลังพิมพ์ การนำไปใช้ และปัญหาในการจัดการหมึก
การพิมพ์สกรีนถูกพิมพ์ลงบนวัสดุที่มีคุณสมบัติหลากหลายประเภท ทั้งยังมีประสิทธิภาพที่ต้องสนองความต้องการ และการนำไปใช้ครอบคลุมหลากหลายสาขา ในการพิมพ์จึงควรระวังหัวข้อดังต่อไปนี้
1. คุณสมบัติของวัสดุที่พิมพ์คืออะไร?
พลาสติกมีหลายชนิด จึงต้องตรวจสอบคุณสมบัติของวัสดุเป็นอันดับแรก หากทราบคุณสมบัติของวัสดุก็เลือกหมึกโดยอ้างอิงจาก "คุณสมบัติของวัสดุและหมึกที่แนะนำ"
2. ลักษณะของผิวหน้าวัสดุที่พิมพ์เป็นอย่างไร?
- กรณีผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปชิ้นงาน ประเภทที่เป็นไขน้ำมัน หรือน้ำยาประเภทกระจาย จะติดหรือไม่
- กรณีวัสดุไวนิลชนิดอ่อน หากใช้สารเติมแต่ง ฯลฯ จะไม่ซึมออกมาจากผิวหน้าหรือไม่
- จะเคลือบผิวหน้าได้หรือไม่ (ปัญหาของชนิดของสีที่ใช้กับอุณหภูมิที่ใช้อบ)
- กรณีพิมพ์ลงประเภท Polyolefin อย่างโพลีเอธีลิน, โพลีโพรพิลีน ฯลฯ ต้องทำการเตรียมผิวหน้าของวัสดุหรือไม่
3. การยึดเกาะเป็นอย่างไร
กรณีการเกาะติดของหมึกไม่ดี ให้เช็ดผิวหน้าวัสดุที่พิมพ์ด้วยสารละลายอย่างแอลกอฮอล์ แล้วพิมพ์ซ้ำ แล้วตรวจสอบการเกาะติด กรณีทำการทดสอบตามเงื่อนไขการพิมพ์ที่บริษัทกำหนดแล้วการเกาะติดไม่ดี ให้เปลี่ยนซีรีย์หมึก หรือ ตรวจสอบกระบวนการเตรียมผิวหน้าของวัสดุด้วย
4. กระบวนการหลังการพิมพ์ชิ้นงานเป็นอย่างไร
ของที่พิมพ์จะมีทั้งแบบที่ใช้ไปทั้งอย่างนั้น และแบบที่มีการแปรรูปหลังจากพิมพ์ กรณีที่มีการแปรรูป ให้ตรวจสอบว่าผิวของหมึกสามารถทนต่อการแปรรูปได้หรือไม่
- การเจาะ, การหักงอ, งานลายนูน
- งานขึ้นรูปสูญญากาศ, งานขึ้นรูปอัดลม, งานแปรรูปดัดด้วยความร้อน
- งานเชื่อมโลหะ
- งานตกสะเก็ด, งานแปรรูปโอเวอร์โค้ด
- งานสำเนา, การทำสำเนาขึ้นรูป
- งานขึ้นรูปแบบแทรก, งานขึ้นรูปแบบ IN-MOLD
5. ท้ายที่สุดงานที่พิมพ์นำไปใช้ทำอะไร?
ควรเลือกหมึกที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับการนำไปใช้
1) มาตรฐานความปลอดภัย
หากเป็นการพิมพ์ที่เกี่ยวกับของเล่นและวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มอาหาร ต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัย
- วัสดุที่ใช้ห่อหุ้มอาหาร – หมึกที่ทำตามข้อกำหนด NL ของสมาคมอุตสาหกรรมหมึกพิมพ์
- ของเล่น – หมึกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของเล่น (มาตรฐาน ST)
หมายเหตุ: หากมีการร้องขอ ให้ออก "เอกสารอธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนด NL" และ "เอกสารรับรองหมึกสำหรับของเล่น" (NL : Negative List)
2) คุณสมบัติทนต่อแสง
สำหรับใช้กลางแจ้งหรือในร่ม? งานพิมพ์ใช้กลางแจ้งก็จะมีปัญหาในเรื่องการทนต่อแสง (การทนต่อสภาพอากาศ) หมึกจะมีความแตกต่างกันในการทนต่อแสงขึ้นอยู่กับซีรีย์และสี การทนต่อแสงของหมึกแต่ละตัว ต้องตรวจสอบจาก "ตารางอันดับการทนต่อแสง" นอกจากนี้ โดยทั่วไป สีที่เป็นสีผสมจะมีความทนต่อแสงลดลงกว่าหมึกที่เป็นต้นสี โดยเฉพาะ สีอ่อนและสี SMOKE จะลดลงอย่างมาก ควรระมัดระวังในการใช้
3) คุณสมบัติทนต่อสารเคมี
งานที่พิมพ์มีการสัมผัสสารเคมีอย่างแอลกอฮอล์, น้ำมัน, ไขและน้ำมัน, กรดและด่าง ฯลฯ หรือไม่ นอกจากนี้ นำไปใช้เป็นภาชนะเหล่านี้หรือไม่ (ความทนทานภายในภาชนะ) มีซีรีย์บางส่วนที่สร้างผิวหมึกที่ทนต่อแอลกอฮอล์ได้ต่ำ (#800PAS) ทั้งยังมีเม็ดสีประเภทโลหะ (Aluminum, Bronze powder) ที่ไม่ทนต่อกรดและด่าง มีคุณสมบัติที่ทำให้สีเปลี่ยนและเพี้ยนได้
4) คุณสมบัติทนต่อสภาพแวดล้อม
ชิ้นงานที่พิมพ์จะต้องวางอยู่ในสภาพทำความร้อน, สภาพหนาวเย็น, สภาพที่มีความชื้น ฯลฯ หรือไม่ (ทนความร้อน, ทนความหนาว, ทนต่อการทำความร้อน, ทนต่อความชื้น ฯลฯ)
5) คุณสมบัติทนต่อการเสียดสี
โดยปกติชิ้นงานที่พิมพ์ต้องถูกขัดสี/ถูโดยนิ้วหรือไม่ (ประเภทสวิตช์ ฯลฯ)
การพิมพ์ลงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือชิ้นส่วนรถยนต์ ฯลฯ นั้น ต้องมีการทดสอบล่วงหน้า และการตรวจสอบในการผ่านมาตรฐานคุณภาพของสินค้า จึงทำการพิมพ์จริง
6. ปัญหาในการจัดการหมึก
1) คุณสมบัติไวไฟ
หมึกประเภท SOLVENT มีคุณสมบัติไวไฟ จึงถูกจัดอยู่ใน "ชนิดน้ำมันลำดับ 2 ของอันตรายลำดับที่ 4" ของกฎหมายเกี่ยวกับการดับเพลิง เป็นหัวข้อของข้อกำหนด แต่ทว่า ในบรรดาหมึกประเภท SOLVENT นั้น ก็จะมีหมึกประเภทแห้งช้าและประเภทความเหนียวสูง, หมึกประเภทแข็งตัวด้วย UV (RAY CURE INK) และหมึกประเภทน้ำ (AQUA SET INK) ที่ถูกจัดประเภทอยู่ใน "สิ่งของที่ไม่อันตราย"
2) สารละลายอินทรีย์
นอกจากนั้น หมึกประเภท SOLVENT ยังมีข้อกำหนดตามกฎการป้องกันสารพิษของสารละลายอินทรีย์ กฎหมายว่าด้วยอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน ชื่อสารละลายกลุ่มเป้าหมายนั้นมีแจ้งไว้ที่ฉลาก อนึ่ง ในบรรดาหมึกประเภท SOLVENT ซึ่งมีหมึกประเภทแห้งช้า, หมึกประเภทน้ำส่วนหนึ่งและหมึกประเภทแข็งตัวด้วย UV ไม่จัดอยู่ในหมวดนี้
คิดไตร่ตรองตามเงื่อนไขข้างต้นแล้วเลือกหมึกที่เหมาะสม การพิมพ์ลงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้น การเลือกหมึกผิดพลาดจะทำให้เกิดปัญหาตามมา จึงควรระมัดระวังให้ดี หากมีอะไรที่ไม่ชัดเจน กรุณาปรึกษาฝ่ายขายของบริษัท หรือ ฝ่ายเทคนิค
นอกจากนี้ ในการใช้นั้น ต้องรักษาทำตามข้อควรระวังคำเตือนที่ระบุไว้บนฉลากรวมทั้งข้อควรระวังในเอกสาร MSDS กรณีที่ไม่ได้รับเอกสาร MSDS กรุณายื่นขอไปยังฝ่ายขายของบริษัท